สำหรับคนที่กำลังคิดหางานใหม่ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ยิ่งระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม อัตราการแข่งขันจะสูงขึ้นเป็นพิเศษ อันเนื่องมาจากเป็นช่วงนิสิต-นักศึกษาจบใหม่ต่างทยอยถือใบทรานสคริปต์เข้ามาในตลาดแรงงานเป็นจำนวนมาก ภาวะแบบนี้คงจะมีแต่นายจ้างเท่านั้นที่มีความสุขกับการคัดเลือก (หรือคัดลงถังขยะ) ผู้สมัครงานที่น่าสนใจ
แต่สำหรับเพื่อนๆที่เข้ามาอ่านในเว็บไซต์ arip.co.th โดยเฉพาะบทความนี้ ขอให้สบายใจได้เลย (แค่พอสมควรก็ได้นะคะ เดี๋ยวคนข้างๆ จะ…ไส้เอา) เพราะทางเว็บไซต์ aripได้รวบรวมสุดยอดเทคนิคการเขียน Resume ขั้นเทพในยุค onLike …ไม่ใช่สิ online มาให้ได้ติดตาม และทดลองทำด้วยตนเองค่ะ ว่าแล้วเราไปดูแบบแรกกันเลยดีกว่านะคะ
1. Info Graphic – ใช้รูปสื่อสารแทน “อาร์ต”สักนิดชีวิตจะดีขึ้น
บริษัทดังๆ ภาพลักษณ์ดีๆ ใครๆ ก็ใฝ่ฝันอยากเข้าไปทำงานกันทั้งนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้คงไม่แปลก หากบริษัทที่มีชื่อเสียงจะเป็นเป้าหมายที่ผู้หางานใหม่ต่างยื่น Resume สมัครเข้าทำงานเข้าไปเป็นจำนวนมาก บริษัทยิ่งดัง ตัวเลือก (คนสมัคร) ยิ่งเยอะ แล้วทำยังไงให้ Resume ของเราโดดเด่นจนเข้าตานายจ้างได้ล่ะ ที่สำคัญมันจะต้องแตกต่างจาก Resume ของคู่แข่งที่อยู่ในแฟ้มเดียวกันอีกด้วย 
Resume แบบเดิมๆ อาจจะไม่ชวนสะดุดตา ลองหาวิธีใหม่ในการำนเสนอตัวเองด้วย Resume ที่ออกแบบให้ฮิพสักหน่อย เพิ่มเข้าไปให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น ท่าจะดีเหมือนกันนะคะ
วิธีแรกเลยก็คือ เพื่อนๆ อาจจะลองใส่รูปภาพเข้าไป Resume ดูบ้างนอกจากตัวอักษร แต่ต้องพอดีและเหมาะสมกับตำแหน่งของงาน ไม่ใช่ใส่จนเลอะเทอะไม่สวยงาม (ถ้าเป็นพวก art ก็ต้องเยอะหน่อยนะคะ) ข้างล่างนี้เป็นตัวอย่างที่น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆ ได้บ้าง ซึ่งความจริงยังมีตัวอย่างสวยๆ อีกมากมายอยู่ในเว็บไซต์ deviantart.com ค่ะ
สำหรับเทคนิคที่กำลังเป็นที่นิยมในการนำเสนอข้อมูลแบบสรุปย่อของคนรุ่นใหม่ก็คือ Infographic (Info+Graphic = ข้อมูล+ภาพ) หรือพูดง่ายๆ ก็คือ การใช้ภาพแสดงแทนข้อมูลค่ะ เนื่องจากผู้คนในโลกยุคใหม่ จะสนใจอ่านตัวหนังสือ”น้อยลง” แต่รับข้อมูลที่เป็นภาพ (หรือ มัลติมีเดีย) มากขึ้น เพื่อนๆ อาจจะงง หรือนึกไม่ออกว่า Resume ที่เขียนแบบ Infographic คืออะไร ทางเราได้หาตัวอย่างเจ๋งๆ มาให้ดูกันด้วยค่ะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น